Home arrow ข้อมูลทั้งหมด

ผู้เข้าชมในขณะนี้

We have 2 guests online

เริ่มนับผู้ชม 1/05/2009

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterเข้าชมวันนี้26
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้29
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้26
mod_vvisit_counterเดือนนี้677
mod_vvisit_counterเข้าชมทั้งหมด151263

     IRPCT JOURNAL     

l1.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   D-SPIRIT MANUAL  

l1.jpg

 

คุณสมบัติ
คุณสมบัติของ
งานวิจัย53

งานวิจัยของนักศึกษาแผนกเคมีอุตสาหกรรมประจำปีการศึกษา 2553

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

การวิเคราะห์หาปริมาณไขมันและน้ำมันในข้าว

 

· นางสาวอารีย์ เบ้าเพิ่ง

52461025

· นางสาวกนกวรรณ ขำวิจิตร

52461037

· นางสาวลัดดาวัลย์ วันทอง 52461047

นางรัตนา ลานทอง

ที่มาและความสำคัญ

ในปัจจุบันผู้บริโภคส่วนมากหันมาสนใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นไขมันและน้ำมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญในการเลือกรับประทานอาหาร ไขมัน

และน้ำมันเป็นลิปิดชนิดหนึ่งที่พบได้ในทั้งพืชและสัตว์ตามธรรมชาติ และจัดเป็นอาหารหมู่หนึ่งที่ร่างกายของคนเราจำเป็นต้องได้รับทุกวัน เนื่องจากในไขมันและน้ำมันมีกรดไขมันจำเป็นต่อร่างกาย และเป็นตัวทำละลายของวิตามินเอ ดี อี และเค ซึ่งมีทั้งโทษและประโยชน์แก่ร่างกาย ด้วยเหตุผลนี้กลุ่มผู้จัดทำโครงงานจึงได้คิดค้นที่จะศึกษาและวิเคราะห์หาไขมันและน้ำมันในข้าวแต่ละชนิด ที่เรานำมารับประทานกันทุกวันมา โดยเราได้นำข้าวจ้าว ข้าวว และข้าวกล้อง ซึ่งในการวิเคราะห์ครั้งนี้จะทำให้เราได้รู้ว่าข้าวชนิดใดมีไขมันและน้ำมันที่มากกว่ากัน เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเองที่จะได้เลือกรับประทานข้าวที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

วัตถุประสงค์

1. เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณไขมันและน้ำมันในข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง

2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปริมาณไขมันและน้ำมันในข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

การศึกษาอัตราส่วนของสารสกัดจากผักบุ้งทะเลกับครีมในการแก้พิษแมลงกัดต่อย

· นางสาวศศิภา พูนก

รหัส 52461002

· นางสาวกนกวรรณ เที่ยงชัดรหัส 52461011

· นางสาวจรินพร ไกรทอง

รหัส 52461047

นางวิลาสินี บุญประเสริฐ

ที่มาและความสำคัญ

จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีเขตพื้นที่ติดทะเล และมีผักบุ้งทะเลเกิดเป็นจำนวนมากแต่ประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ค่อยสนใจและเห็นประโยชน์ของผักบุ้งทะเล ซึ่งเป็นสมุนไพรไทย ที่มีคุณประโยชน์ นอกจากนี้ในการนำผักบุ้งทะเลสดมาใช้โดยการขยี้ แล้วทาที่แผล ยังเป็นการไม่สะดวก

จากข้อมูลทางยา พบว่า ผักบุ้งทะเลมีสรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ปวดฟัน แก้ปวดไขข้อ แก้ผดผื่นคันมีน้ำเหลือง รักษาโรคเท้าช้าง รักษาโรคผิวหนัง รักษาริดสีดวง แก้ปวดท้องเป็นยาถ่าย แก้ตะคริว จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่า มีน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ,มีกรดอินทรีย์ และมีสารอื่นๆที่มีประโยชน์ในการออกฤทธิ์แก้อาการแพ้และยับยั้งพิษแมลงกัดต่อย

เพื่อความสะดวกสบายในการรักษาแผลที่ถูกพิษของแมลงกัดต่อย กลุ่มผู้วิจัยจึงได้คิดสกัดสารจากผักบุ้งทะเล เพื่อทำเป็นครีมทาแก้พิษแมลงกัดต่อย

จุดประสงค์

2.1 เพื่อศึกษาอัตราส่วนในก ารผสมเนื้อครีมกับสารสกัดจากผักบุ้งทะเล

2.2 เพื่อศึกษาการออกฤทธิ์ในการแก้พิษแมลงกัดต่อยเมื่อเทียบกับตัวครีมที่มีขายตาม

ท้องตลาด

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

กาวจากน้ำยางต้นขนุนและจากน้ำยางต้นตีนเป็ด

· นายปิยะณัฐ ศรีสวัสดิ์

รหัส 52461026

· ราชันต์ พุ่มเรือง

รหัส 52461028

· กรกช นุชิตภาพ

รหัส 52461032

นางนนทวัน ยศสมบัติ

ที่มาและความสำคัญปัจจุบันประเทศไทยนิยมปลูกยางพารากันมากเพราะยางพารามีราคาแพงและเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายชนิดแต่ในการแปรรูปเป็นกาวนั้นมีต้นทุนสูง และเสี่ยงต่อการใช้สารเคมี และยังมีต้นไม้ที่นิยมปลูกอีกหลายชนิดซึ่งมีน้ำยางอยู่เช่นกัน จากการศึกษาของนักวิจัยหลายท่านพบว่าน้ำยางจากต้นขนุนและต้นตีนเป็ดมีสารแทนนิน ประกอบอยู่และลักษณะน้ำยางคล้ายกับน้ำยางพาราซึ่งน่าจะสามารถนำมาทำกาวได้เหมือนกาวจากยางพารา ดังนั้นกลุ่มผู้วิจัยจึงได้คิดทำกาวจากน้ำยางต้นขนุนและน้ำยางต้นตีนเป็ด เพื่อใช้แทนกาวที่มีต้นทุนในการผลิตสูง

วัตถุประสงค์ของ

1. เพื่อศึกษาอัตราส่วนของวัตถุดิบที่เหมาะสมในการทำกาวจากน้ำยางต้นขนุนและน้ำยางต้นตีนเป็ด

2. เพื่อศึกษาคุณสมบัติของกาวที่ทำจากน้ำยางต้นขนุนและน้ำยางต้นตีนเป็ด เปรียบเทียบกับ กาวลา เท็กซ์

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

ถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าว

· นายทรงกรด เสือปาน รหัส 52461004· นางสาวรัตติกาล ศรีตาแสง

รหัส 52461010

· นางสาวรุจีพัชร บุญยิ่ง

รหัส 52461022

อาจารย์วิลาสินี บุญประเสริฐ

 

ที่มาและความสำคัญ

มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย มีมูลค่าส่งออกหลายล้านบาทต่อปี เกษตรกรจึงนิยมปลูกมะพร้าวเป็นจำนวนมากโดยทำการแปรรูปผลผลิตในรูปน้ำมัน หรือการแปรรูปของเนื้อมะพร้าว จึงเกิดส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากผลผลิตนั่นก็คือ กะลามะพร้าว ซึ่งมีปริมาณมาก

ด้วยเหตุนี้เกษตรกรจึงนำกะลามะพร้าวมาเผาเป็นถ่าน เพราะคุณสมบัติที่โดดเด่นของมันคือ เนื้อกะลามีความแข็ง กะลาที่เหลือใช้มีปริมาณมากและความร้อนจากถ่านกะลามะพร้าวให้ไฟที่แรงและไหม้สม่ำเสมอ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ทำให้ถ่านกะลามะพร้าวเป็นที่นิยมใช้กันจำนวนมาก ทั้งนี้ถ่านจากจากกะลามะพร้าวไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ในการหุงต้มเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คุณสมบัติอื่นของถ่านกะลามะพร้าวยังสามารถทำเป็นถ่านกัมมันต์ได้อีกด้วย ถ่านกัมมันต์นั้นมีคุณสมบัติพิเศษในเรื่องของการดูดซับตัวอย่างเช่น การดูดซับสี กลิ่น ไอออนต่างๆ เป็นต้น

กลุ่มของผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาคุณสมบัติของถ่านกัมมันต์ที่เผาโดยใช้เตาเผาแบบภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยเตาเผา 2 ชนิดคือ เตาก่อ และเตาผี เพื่อเปรียบเทียบกับถ่านกัมมันต์ที่มีขายในท้องตลาดว่ามีพื้นที่ผิวมากน้อยเพียงใด

วัตถุประสงค์

1. ศึกษาวิธีการผลิตถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าว จากการเผาด้วยเตาก่อและเตาผี

2. ศึกษาเปรียบเทียบสมบัติการดูดซับของถ่านกัมมันต์จากกะลามะพร้าวที่ได้จากการเผาด้วยเตาก่อ เตา

ผี และถ่านกัมมันต์ที่มีขายในท้องตลาด โดยใช้การดูดซับไอโอดีน

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์

· นายภูริทัต จิตรตั้งตรง

รหัส52461018

· นางสาวภาวิณี แบบประดับ รหัส รหัส52461019

· นายประสิทธิ์ ศรีวงษ์ไชย รหัส รหัส52461020

นายเดชา โกกะพันธ์

ที่มาและความสำคัญ

ปัจจุบันวิถีชีวิตของอาชีพเกษตรกรและชาวประมงในประเทศไทยที่อาศัยทรัพยากรทางการเกษตร จำเป็นต้องใช้การแปรรูปโดยวิธีการต่าง ๆ เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาให้ยาวนานยิ่งขึ้น การตากแห้ง เป็นกระบวนการแปรรูปโดยอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นวิธีการธรรมชาติที่เกษตรกร หรือกลุ่มผู้ผลิตสินค้าประเภทอุตสาหกรรมขนาดย่อยใช้เป็นวิธีการแปรรูปหลักอยู่เป็นประจำ

การตากแห้ง เป็นวิธีการถนอมอาหารที่ปฏิบัติกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งมีการปนเปื้อนหรือมีเชื้อโรคต่าง ๆ อันเนื่องมาจาก แมลง ฝุ่นละอองที่ลอยมาในอากาศ ณ สถานที่ประกอบการ

ดังนั้นกลุ่มผู้ทำวิจัยจึงมีการคิดค้น และพัฒนาเครื่องอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้มีการใช้งานที่ง่าย ผลิตภัณฑ์สะอาด และอาศัยพลังงานความร้อนจากธรรมชาติเป็นหลัก

วัตถุประสงค์1.2.1 เพื่อประดิษฐ์และศึกษาหลักการทำงานของตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการตากแห้งของตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประดิษฐ์ขึ้นกับการ ตากแห้งในที่โล่ง

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

เครื่องกรองแบบสุญญากาศ

· นายกิตติศักดิ์สุวรรณศร

รหัส 52461014

· นายบุรินทร์ช่วยสุด

รหัส 52461030

· นายพายัพ คณะดี

รหัส 52461046

นางรัตนา ลานทอง

ที่มาและความสำคัญ

ในการเรียนสาขาวิชาเคมีอุตสาหกรรมนั้น การเรียนภาคปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้และกระบวนการกรองเป็นเทคนิคหนึ่งที่สำคัญในการปฏิบัติการทางเคมี โดยปกติทั่วไปการกรองในห้องปฏิบัติการจะใช้การกรองโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการกรองค่อนข้างมาก เครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศจะช่วยให้การกรองสารใช้เวลาเร็วขึ้น จึงได้มีการซื้อเครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศมาใช้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศโดยทั่วไปในท้องตลาดนั้นมีราคาสูง

ดังนั้นกลุ่มผู้ทำโครงงานจึงได้คิดค้นวิธีการประดิษฐ์เครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศที่มีต้นทุนถูกกว่าและมีประสิทธิภาพในการทำงานใกล้เคียงกับเครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศที่ใช้ในห้องปฏิบัติการ

วัตถุประสงค์ของ

1.2.1 เพื่อศึกษาหลักการทำงานและประดิษฐ์เครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศ

1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศที่ประดิษฐ์ขึ้นกับเครื่องกรองตะกอนแบบสุญญากาศในห้องปฏิบัติการ

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

การวิเคราะห์หาปริมาณสาร Dioscorine ในเนื้อกลอย

· นายเสกสรรค์ ซีกพุดซา

รหัส 52461021

· นางสาวดาริน สมบูรณ์บุตรรหัส 52461024

· นายพรเทพ เปรมจิตร

รหัส 52461034

นางนนทวัน ยศสมบัติ

ที่มาและความสำคัญ

กลอย เป็นพืชชนิดหนึ่งสามารถนำมาทำเป็นอาหารรับประทานได้ แต่กลอยเป็นพืชที่มีพิษสะสมอยู่ในทางวิทยาศาสตร์เรียกสารชนิดนี้ว่า Dioscorine ก่อนที่จะนำมาบริโภคต้องมีการกำจัดสารพิษก่อน ซึ่งในการกำจัดสารพิษในกลอยนั้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่น ได้แก่ การฝานกลอยให้เป็นชิ้นบางๆแล้วนำไปแช่น้ำโดยให้น้ำไหลผ่านตลอดเวลาประมาณ 1-2 วันบางท้องที่หลังจากการฝานกลอยให้เป็นชิ้นบางๆแล้วนำมาแช่ในเกลือและทับประมาณ7วัน หรือบางท้องที่ฝานกลอยเป็นชิ้นบางๆแล้วนำไปผึ่งแดดพอหมาดๆจากนั้นจึงไปใส่ภาชนะแช่น้ำไหลทิ้งผ่านจากนั้นจึงไปใส่ภาชนะแช่น้ำไหลประมาณ7วัน จากวิธีการกำจัดสารพิษที่หลากหลายนี้ผู้จัดทำจึงคิดจะศึกษาเปรียบเทียบวิธีการกำจัดสารพิษที่เหมาะสมคือใช้เวลาน้อยและลดความเป็นพิษของสาร Dioscorine ได้ดี

วัตถุประสงค์

1. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบวิธีการกำจัดสารพิษออกจากเนื้อกลอย

2. เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณสาร Dioscorine โดยใช้เครื่อง UV-Vis Spectrophotometer

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

กระถางย่อยสลายจากใยสัปปะรด

· นางสาววราภรณ์ พลอาจ

รหัส 52461005

· นาย ศิวดล รุ่งรัตน์

รหัส 52461015

· นางสาวพัชรี เพ่งพิศ

รหัส 52461017

อาจารย์วิลาสินี บุญประเสริฐ

 

ที่มาและความสำคัญ

เป็นที่ทราบกันดีว่าวัสดุที่ทำมาจากพลาสติก นั้น เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยาก และต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าพลาสติกเหล่านี้จะย่อยสลาย ที่สำคัญ ในการเผาขยะประเภทพลาสติก ยังเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของโลกอยู่ในขณะนี้หลายฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างหันมาช่วยกันรณรงค์ในเรื่องของการลดสภาวะโลกร้อนด้วยกันหลายวิธี และวิธีลดการใช้พลาสติกก็เป็นอีกแนวทางในการรณรงค์ในเรื่องดังกล่าว

ในปัจจุบันร้านขายต้นไม้มีการใช้ถุงและกระถางจากพลาสติกเพื่อเพาะกล้าของต้นไม้จำนวนมากเมื่อต้นกล้าเติบโตขึ้นจนสามารถย้ายปลูกลงดินได้ถุงและกระถางพลาสติกจะถูกทิ้งเป็นขยะเมื่อนำขยะเหล่านี้ไปเผาทิ้งก็จะก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน

การทำกระถางย่อยสลายจากใยสับปะรดเพื่อเป็นการลดใช้ถุงและกระถางพลาสติกที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและเป็นการใช้ใบสับปะรดซึ่งนับว่าเป็นเศษเหลือทางการเกษตรที่รอการวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งยังเป็นการเสริมอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรผู้ทำไร่สับปะรดอีกด้วย

วัตถุประสงค์

1 เพื่อศึกษาชนิดของตัวประสานที่เหมาะสมในการทำกระถางย่อยสลายจากใยสับปะรด

2 เพื่อศึกษาอัตราส่วนระหว่างกาวแป้งเปียกกับใยสับปะรดที่เหมาะสมในการทำกระถางย่อยสลายจากใยสับปะรด

หัวข้อวิจัย

ผู้วิจัย

อาจารย์ที่ปรึกษา

ถ่านอัดแท่งติดชนวน

 

· นายนราชัย เสียงประเสริฐ รหัส 52461027

· นางสาววัชนีย์วรรณ ทรัพย์มูล รหัส 52461031

· นางสาวศศิลักษณ์ ชาวตระการรหัส 52461040

นายเดชา โกกะพันธ์

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

“ถ่าน” เป็นสิ่งที่ใช้ในการประกอบอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ฯลฯ โดยเฉพาะอาชีพค้าขายที่ต้องมีการใช้ถ่านเป็นประจำ ในสมัยก่อนคนเรามักจะคุ้นเคยกับถ่านไม้ ถ่านไม้ที่นำมาใช้ส่วนใหญ่เกิดจากการนำแท่งไม้ที่ได้จากการตัดไม้จากธรรมชาติมาทำการเผา ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการเผาเป็นเวลานาน และเป็นอันตรายต่อคนเผา เพราะถ่านที่ได้จากการเผาในตอนแรกนั้นจะมีพลังงานความร้อนสูง ปัจจุบันถ่านยังคงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย จะเห็นได้ว่ามีโครงการเกี่ยวกับถ่านอัดแท่งเกิดขึ้น โดยเริ่มจากการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากธรรมชาติ เช่น ผักตบชวา แกลบ มาอัดเป็นแท่งเชื้อเพลิงเพื่อเป็นการลดการตัดไม้จากธรรมชาติ แต่การที่จะนำถ่านมาใช้ในแต่ละครั้งนั้นจะต้องมีการก่อเชื้อไฟก่อน โดยการก่อเชื้อไฟที่พบส่วนใหญ่จะเป็นการจุดเชื้อไฟก่อนแล้วจึงใช้เศษวัสดุจากธรรมชาติ เช่น เศษไม้ เศษใบไม้ มาเป็นสิ่งที่ช่วยในการนำไฟก่อนที่จะใส่ถ่านลงไปในเตาย่าง และอีกประการที่สำคัญคือในช่วงฤดูฝน เศษวัสดุที่ได้จากธรรมชาติมักจะเปียกชื้นซึ่งยากต่อการติดไฟ ดังนั้นการผลิตถ่านอัดแท่งติดชนวนที่สามารถติดไฟได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการก่อไฟขึ้นมาเป็นการเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วต่อการทำอาหาร และเพื่อเป็นการสานต่อโครงการเกี่ยวกับการผลิตถ่านอัดแท่ง และยังเป็นการลดการใช้พลังงานวัตถุประสงค์

2.1 เพื่อศึกษาคุณสมบัติของชนิดเชื้อเพลิงที่นำมาทำชนวน ได้แก่ ขี้ไต้ และ เศษยางพารา 2.2 เพื่อทดสอบความสามารถในการติดไฟของถ่านอัดแท่งที่ติดชนวนได้แก่ ขี้ไต้และเศษ ยางพารา

กิจกรรมชมรม2554

15 มกราคม 2554

ชมรมอาสาพัฒนาเชิงอนุรักษ์และชมรมทัศนศึกษาเชิงอนุรักษ์

ร่วมกันเก็บขยะ บริเวณชายหาดลานหินขาว,ทำบุญถวายสังฆทานและฟังธรรมเทศนา

ณ วัดเขาสาป

กิจกรรมช่วงเช้า

เก็บขยะบริเวณลานหินขาวและบริเวณใกล้เคียงdscf4620.jpg

 

 

 

 

 

 

 

dscf4664.jpg

 

 

 

 

 

 

 

dscf1014.jpg

dscf1033.jpg

 

 

 

 

 

dscf1025.jpg

dscf1044.jpg

 

 

 

 

 

dscf1041.jpg

dscf4700.jpg

 

 

 

 

พักทานข้าว

dscf1065.jpgdscf1066.jpg

 

 

 

 

 

กิจกรรมช่วงบ่าย

ถวายสังฆทาน ฟังธรรมเทศนา และนมัสการพระพุทธรูป

และพระพุทธบาทจำลอง ที่ทำจากหินอ่อน บนเขาสาป

 

 

 

 

 

 

dscf1091.jpg

dscf1088.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

dscf1076.jpgdscf1072.jpg

 

 

 

 

 

dscf1079.jpg

dscf1095.jpg

 


project52

งานวิจัยของนักศึกษาแผนกเคมีอุตสาหกรรม

  • หัวข้อวิจัยของนักศึกษาแนกเคมีอุตสาหกรรม ประจำปีการศึกษา 2553

หัวข้อวิจัยที่ผ่านการพิจารณา

ลำดับที่

หัวข้อวิจัย

ชือผู้ดำเดินการ

อาจารย์ที่ปรึกษา

1

การวิเคราะห์ปริมาณไขมันและน้ำมันในอาหาร

1. อารีย์ เบ้าเพิ่ง 52461025

2. กนกวรรณ ขำวิจิตร 52461037

3. ลัดดาวัลย์ วันทอง 52461038

รัตนา ลานทอง

2

การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมในการสกัดน้ำใบเตยเข้มข้น

1. สุเทพ สายดำ 52461001

2. ยุวดี มูลปราโมทย์ 52461013

3. พนิดา ขำวิจิตร 52461029

นนทวัน ยสมบัติ

3

ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์

1. ภูริทัต จิตตั้งตรง 52461018

2. ภาวิณี แบบประดับ 52461019

3. ประสิทธิ์ ศรีวงษ์ไช 52461020

เดชา โกกะพันธ์

4

การศึกษาถ่านกัมมันต์จากวัสดุเหลือใช้

ทรงกรด เสือปาน 52461004

รัตติกาล ศรีตาแสง 52461010

รุจีพัชร บุญยิ่ง 52461022

วิลาสิณี บุญประเสริฐ

5

ประโยชน์จากเส้นใยสับปะรด

วราภรณ์ พลอาจ 52461004

ศิวดล รุ่งรัตน์ 52461010

พัชรี เพ่งพิศ 52461022

วิลาสิณี บุญประเสริฐ

6

การศึกษาตัวทำละลายอินทรีย์ที่สามารถสกัดสารแซนโทนจากเปลือกมังคุด

ศิวพร เจริญชนม์ 52461005

ศศิวิมล อังสุรินทร์ 52461015

สุพิชชา มุสิกรัตน์ 52461017

วิลาสิณี บุญประเสริฐ

7

เครื่องล้างปิเปต

จิระวัฒน์ สิทธฺรุ่งเรือง 52461016

กรวิชญ์ ทองศรี 52461033

พิเชษฐ์ เจียมพุดซา 52461042

ยุรนันท์ ปะมานะตัง 52461043

เดชา โกกะพันธ์

8

การสกัดสารต้านฮีสตามีนตามีนจากผักบุ้งทะเล

ศศิภา พูนกลาง 52461043

กนกวรรณ เที่ยงแท้ 52461043

จรินพร ไกรทอง 52461043

 

วิลาสิณี บุญประเสริฐ


 

 

 

 

 

 

 

 

  • งานวิจัยของนักศึกษาแผนกเคมีอุตสาหกรรม ประจำปีการศึกษา 2552

ประเภทสิ่งประดิษฐ์

1. เตาอบเอนกประสงค์

ovent.jpg

อาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์ เดชา โกกะพันธ์

ผู้จัดทำ
1.นางสาวเกษรินทร์  พลเยี่ยม  รหัส51461002
 2.นายสุธน วงษ์จิราษฎร์     รหัส 51461020

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
           
เนื่องจากจำนวนประชาการมีอัตราการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ทั่วโลกมีความต้องการใช้พลังงานในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น อาทิ เช่น การใช้ไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้าบ้านเรือน ซึ่งในกระบวนผลิตไฟฟ้านั้นต้องใช้เชื้อเพลิง และถ่านหินมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาวะโลก ที่เรียกกันว่า สภาวะโลกร้อนหรือสภาวะเรือนกระจก ผลกระทบนี้ทำให้โลกเปลี่ยนแปลง เช่น น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือ-ใต้ ละลาย   การเกิดสึนามิ ฝนตกไม่ตามฤดูกาล การเกิดแผ่นดินไหว เป็นต้น
ดังนั้นทางผู้จัดทำโครงงานจึงคิดประดิษฐ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดพลังงานและใช้งานได้หลากหลายในเครื่องเดียว คือ เตาอบอเนกประสงค์ ซึ่งใช้กระเบื้องดินเผาเป็นองค์ประกอบหลักเพราะมีคุณสมบัติที่ช่วยกักเก็บความร้อนได้ดี และมีตัวฉนวนกันความร้อนที่ประดิษฐ์ขึ้นเองเป็นส่วนประกอบรอง เพราะมีคุณสมบัติกักเก็บความร้อนภายในไม่ให้แผ่รังสีความร้อนออกนอกเครื่อง  ทำให้ใช้เวลาในการอบอาหารลดลงซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าตามไปด้วย และเมื่อเสื่อมสภาพลง ยังไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

วัตถุประสงค์ของโครงงาน
    1 เพื่อศึกษาหลักการทำงานของเตาอบไฟฟ้า และสร้างเตาอบอเนกประสงค์ประหยัดพลังงานใช้งานได้หลากหลาย
   2 เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเตาอบอเนกประสงค์ประหยัดพลังงานกับเตาอบไฟฟ้าทั่วไป



2. เครื่องดูดตะกอน

3648358836193639365636293591360436413604.jpg

 อาจารย์ที่ปรึกษา
อาจารย์ รัตนา  ลานทอง

ผู้จัดทำ
1.นางสาวจิราภา   สงวนรักษา  รหัส 51461005
2.นายนพวัฒน์    ฐิติสุวัฒน์            รหัส 51461018

           บทคัดย่อ               

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง  “เครื่องดูดตะกอน” เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อทำการประดิษฐ์เครื่องดูดตะกอนและศึกษาประสิทธิภาพในการใช้งาน ให้มีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับการใช้งานในที่ที่หลากหลายและเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ ซึ่งเป็นการช่วยลดเวลาและพลังงานลงอีกด้วการออกแบบเครื่องดูดตะกอน ซึ่งตัวเครื่องทำจากท่อPVC ซึ่งตัดออกเป็นสองส่วนจากนั้นเจาะรูเพื่อต่อท่อน้ำทิ้งด้านบน นำเครื่องปั้มน้ำตู้ปลามาติดตั้งทางด้านในยึดด้วยกาวร้อนให้แน่น และติดตั้งฝาปิดหัวท้ายเพื่อความเรียบร้อย เจาะรูด้านหน้าเพื่อต่อท่อดูดตะกอน จากนั้นนำท่อPVC ต่อท่อทดด้านบนเพื่อทำด้ามจับ และทำหัวดูดตะกอนทั้งหมด 5 หัวเพื่อทดสอบหัวดูดตะกอนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยการจับเวลา 1 นาที จากการทดลองพบว่าเครื่องดูดตะกอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพในการดูดตะกอนได้ดีสามารถดูดตะกอนในพื้นที่กว้างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ดูดตะกอนได้จำนวนมาก และสามารถดูดในพื้นที่แคบๆได้อีกด้วย



3.เครื่องล้างอุปกรณ์เคมีระบบ Ultrasonic

ultra.png

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน
อาจารย์ นนทวัน   ยศสมบัติ

คณะผู้จัดทำ

1.นายวิศรุต ปรีชาเวทย์  

2.นายธนบดี เรืองรอง

ที่มาและความสำคัญ
เนื่องจากการเรียนการสอนของภาควิชาเคมีอุตสาหกรรมต้องมีการทำการทดลอง จึงมีความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องแก้ว  ซึ่งเครื่องแก้วที่ใช้บางชนิดมีขนาดเล็ก เช่น Dropper , Test Tube  บางชนิดมีรูปร่างซึ่งยากต่อการทำความสะอาด ทำให้มีสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนตกค้าง  ส่งผลให้การทดลองผิดพลาดได้ และในการเตรียมสารที่เป็นของแข็งซึ่งยากทำให้ใช้เวลาในการเตรียมนานจึงมีแนวคิดที่จะประดิษฐ์เครื่องล้างเครื่องแก้ว เพื่อช่วยในการล้างเครื่องแก้วและเตรียมสารละลายได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
ดังนั้นจึงศึกษาเกี่ยวกับคลื่นอัลตร้าโซนิคเพื่อประดิษฐ์เป็นเครื่องล้างอุปกรณ์เครื่องแก้ว และ ผสมสารละลายด้วยเครื่องล้างอุปกรณ์เคมีระบบ Ultrasonic
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษากลไกการทำงานของ เครื่องล้างอุปกรณ์เคมีระบบ Ultrasonic
2. ทดสอบประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของเครื่องล้างอุปกรณ์เคมีระบบ Ultrasonic
3. ทดสอบประสิทธิภาพในการผสมสารละลายด้วยเครื่องล้างอุปกรณ์เคมีระบบ Ultrasonic


4.เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้า

distill.png

อาจาร์ยที่ปรึกษา
อาจาร์ย  เดชา  โกกะพันธ์
ผู้จัดทำ
1. นาย  อริยพล         วิสมล                 รหัส  51461029
2. นาย  ประมาณ       ราชป้องขันธ์             รหัส  51461030

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้า ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักการทำงานของเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย  และสร้างเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้าเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยที่สร้างขึ้น  เป็นเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยที่ออกแบบขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมขนาดเล็กเนื่องจากเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยในระบบอุตสาหกรรมโดยทั่วไปมักจะมีขนาดใหญ่ ยากต่อการติดตั้งหรือขนย้าย และมีราคาแพง เครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยนี้ใช้กลั่นเพื่อสกัดแยกเอาน้ำมันชนิดน้ำมันหอมระเหย(Volatile oil) ไม่ใช่น้ำมันพืชทั่วไป (Fixed oil) จากส่วนที่มีน้ำมันหอมระเหยสะสมอยู่ของพืช เช่น ใบ ราก ดอก หรือ เนื้อไม้ ออกแบบให้เป็นถังให้ความร้อน จำนวน 1 ถัง
ถังกลั่นจำนวน 1 ถัง  และถังควบแน่น 1 ถัง โดยใช้ระบบการกลั่นด้วยไอน้ำ (Direct  Steam Distillation) มีระบบควบคุมอุณหภูมิ  โดยมีส่วนที่ทำการควบแน่น (Condenser) แยกต่างหาก สามารถประกอบ หรือถอดชิ้นส่วนออกได้ง่าย และขนย้ายได้สะดวก ทำจากเหล็กปลอดสนิมชนิดที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร (Stainless steel, Food grade) เพื่อเป็นการศึกษาการสกัดน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำที่มีประสิทธภาพมาใช้ในห้องปฏิบัติการ โดยนำสมุนไพรม าทดสอบการกลั่นด้วยเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้า  ได้แก่  ต้นตะไคร้  เปลือกผลมะกรูด  เปลือกผลส้ม  และใบสะระแหน่  อย่างละ 100 กรัม  ตามลำดับ
จากการทดลองใช้งานเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้าที่สร้างขึ้นสามารถกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากพืชแต่ละชนิดๆ ละ100 กรัม ในเวลา 30 นาที ได้ปริมาณน้ำมันหอมระเหย  ชนิดต่างๆ  ดังนี้  ต้นตะไคร้  ได้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยผสมน้ำเฉลี่ย 118 ml. และปริมาณน้ำมันหอมระเหย เฉลี่ย 0.8 ml.  เปลือกผลมะกรูด ได้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยผสมน้ำเฉลี่ย 118 ml. และปริมาณน้ำมันหอมระเหยเฉลี่ย 2.8 ml.  เปลือกผลส้ม ได้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยผสมน้ำเฉลี่ย 118 ml. และปริมาณน้ำมันหอมระเหยเฉลี่ย 0.03 ml.  ใบสะระแหน่ ได้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยผสมน้ำเฉลี่ย 118 ml.  และปริมาณน้ำมันหอมระเหยเฉลี่ย  0.2 ml.
จากผลการทดลองสรุปได้ว่าการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจาก  ต้นตะไคร้ เปลือกผลมะกรูด  เปลือกผลส้ม  และใบสะระแหน่  โดยเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้าที่สร้างขึ้น สามารถกลั่นน้ำมันหอมระเหยได้จริง แต่ให้ปริมาณน้ำมันหอมระเหยในปริมาณที่น้อย  เนื่องจากรูปลักษณะของตัวถังหม้อนึ่งมีขนาดเล็กทำให้การแยกน้ำมันออกจากน้ำได้ปริมาณที่น้อย  ตลอดจนควบคุมความดันที่ไม่เพียงพอ  ทำให้น้ำมันหอมระเหยสลายตัวได้ในขณะกลั่น เนื่องจากอุณหภูมิสูง

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
                  ปัจจุบันน้ำมันหอมระเหยกลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อมนุษย์เพิ่มขึ้น  และมีบทบาทอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรม  ทั้งด้านบริโภคและอุปโภคที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน  อีกทั้งน้ำมันหอมระเหยยังมีส่วนในการบำบัดรักษาโรค (Aroma Therapy)  ที่อยู่ในอุตสาหกรรมสปา  และปัจจุบันประเทศไทยต้องสั่งน้ำมันหอมระเหยและกลิ่นต่างๆ เข้ามา คิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมทั้งเครื่องบริโภคและอุปโภค อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง ผงซักฟอก ยาสูบ เบียร์ สบู่ นมสด ไอศกรีม  ฯลฯ  ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยมากกว่า  200  โรงงาน
   
คณะผู้จัดทำจึงสร้างเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้าชนิดกลั่นด้วยไอน้ำ เพื่อสามารถกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรไทย โดยเครื่องกลั่นที่สร้างขึ้นมานี้มีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรมครัวเรือน ง่ายต่อการติดตั้งและสะดวกในการขนย้าย
วัตถุประสงค์ของโครงการ
1.  เพื่อศึกษาหลักการทำงานของเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหย  และสร้างเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยพลังงานไฟฟ้า

2.  เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องกลั่นน้ำมันหอมระเหยที่สร้างขึ้น


5. acid.pngเครื่องดูดซับไอกรด

บทคัดย่อ

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องเครื่องดูดซับไอกรดที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐ์แลทดสอบประสิทธิภาพในการดูดซับไอกรด โดยอาศัยน้ำในการดูดซับ ซึ่งจะช่วยรักษามลภาวะทางอากาศให้ดีขึ้น ออกแบบโดยใช้คุณสมบัติของน้ำเป็นตัวดูดซับ โดยให้น้ำไหลลงและให้ไอของกรดเคลื่อนที่สวนทางกับน้ำที่สเปรย์เป็นฝอยลงมา โดยการใช้ปั้มในการช่วยให้น้ำสเปรย์ได้ดีขึ้นและทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง โดยการไปดูดซับไอกรด 3 ชนิด คือ กรดไฮโดรคลอริก (Conc. HCl)กรดซัลฟู-ริก (Conc. H2SO4) และกรดไนตริก(Conc. HNO3) เปรียบเทียบระยะเวลาในการดูดซับที่ 10 นาที   20 นาที และ 30 นาที
จากการทดลองพบว่าเมื่อเวลาในการดูดซับไอกรด 10 นาที เป็น 20 นาที และ 30 นาที ค่า pH ของน้ำที่ผ่านกระบวนการดูดซับไอของกรดไฮโดรคลอริก (Conc. HCl) ที่ทดสอบได้ คือ 3.3,2.7 และ2.6 ตามลำดับ ค่า pH ของน้ำที่ผ่านกระบวนการดูดซับไอของกรดไนตริก (Conc. HNO3) คือ 2.6,2.7 และ 3.3 ตามลำดับและค่า pH ของน้ำที่ผ่านกระบวนการดูดซับไอของไอกรดซัลฟูริก (Conc. H2SO4) 3.5,3.7 และ 4.3 ตามลำดับ
จากผลการทดสอบสรุปได้ว่าเครื่องดูดซับไอกรดสามารถดูดซับไอกรดและ ลดปริมาณไอกรดได้จริง  โดยการดูดซับไอกรด HCl ได้ดีที่สุดและดูดซับไอของกรดซัลฟูริก (Conc. H2SO4) ได้น้อยที่สุด

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เนื่องจากการเรียนการสอนของแผนกเคมีอุตสาหกรรม มีการทดลองที่ใช้สารเคมีเป็นกรด ที่ระเหยได้ง่าย ซึ่งไอของกรดที่ระเหยออกสู่บรรยากาศนั้น จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดภาวะทางอากาศ และเกิดเป็นฝนกรด หากสูดดมจะทำให้ไอของสารเข้าไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย หากไอของกรดไปรวมกับไอน้ำตกลงมาเป็นฝนจะทำให้เกิดเป็นฝนกรด ส่งผลต่อระบบนิเวศมากมาย
ในปัจจุบันโลกของเรากำลังประสบปัญหามลภาวะต่างๆ ที่ทำให้การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนไป ซึ่งส่วนของไอกรดที่ออกสู่บรรยากาศ ก็เป็นผลที่ให้ทำให้เกิดปัญหามลภาวะต่างๆได้เช่นกัน
ดังนั้นกลุ่มของข้าพเจ้าจึงคิดค้นผลิตเครื่องดูดซับไอกรด เพื่อช่วยลดปริมาณกรดที่ออกสู่บรรยากาศ โดยอาศัยหลักการนำคุณสมบัติของน้ำมาใช้ในการดูดซับไอของกรด

วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาหลักการและผลิตเครื่องดูดซับไอกรด
2. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องดูดซับไอกรด


6. เครื่อง Super Centrifuge

       อาจารย์ที่ปรึกษา
centif.pngาจารย์  นนทวัน  ยศสมบัติ 

คณะผู้จัดทำ
  นายทัดพล  มุระดา  51461011

                  นายธนพล เนตรวงศ์ 51461027

บทคัดย่อ

เครื่อง Centrifuge  ทั่วไปมีหลักการทำงานโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงและการหมุนด้วยความเร็ว  เพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเพื่อเหวี่ยงแยกตะกอน  ที่เป็นอนุภาคแขวนลอยที่กระจายตัวอยู่ในสารละลาย
เครื่อง Super Centrifuge ที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ใช้เหล็กแผ่นหนา 2 mm. เป็นวัสดุหลัก   ในการทำตู้เครื่อง ฝาปิด และ ชุด Chamber  เพราะมีความทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  โรเตอร์ทำด้วยท่อพีวีซีขนาด 2.2 cm. ยาว 13 cm. เอียง 45 องศา สามารถบรรจุลอดทดลองครั้งละ 24 หลอด โดยสามารถทำงานที่ความเร็วสูงสุด 900 รอบ/นาที สามารถตั้งเวลาการทำงานได้ตั้งแต่ 0-60 นาที ใช้ศักย์ไฟฟ้า 220 V พลังงาน 100 W โดยการทำงานของเครื่องจะมีสวิตซ์ปิด-เปิด ตัวปรับตั้งเวลา ความเร็วรอบ 

   และทำการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่อง Super Centrifuge ที่ประดิษฐ์ขึ้นเปรียบเทียบกับเครื่อง Centrifuge ในห้องปฏิบัติการโดยทดสอบการเหวี่ยงแยกตะกอนเบา BaCO3 และตะกอนหนัก AgCl ที่ความเร็วรอบ  250 rpm , 500 rpm , 750 rpm และ 900 rpm พบว่าทั้งเครื่องSuper Centrifuge ที่ประดิษฐ์ขึ้นและเครื่อง Centrifuge ในห้องปฏิบัติการใช้เวลาในการตกตะกอนอย่างสมบูรณ์เท่ากันและลักษณะของสารละลายและตะกอนที่ได้ไม่แตกต่างกัน

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
 เครื่องหมุนเหวี่ยง Centrifuge โดยทั่วไปมักใช้ในกระบวนการเตรียมตัวอย่าง และใช้หมุนเหวี่ยงสำหรับวิเคราะห์แบบการตกตะกอน ซึ่งในขั้นตอนของการวิเคราะห์ต้องใช้เครื่อง Centrifugeหลายครั้งทำให้อาจเกิดความล่าช้าหากกลุ่มของนักศึกษาที่ต้องใช้เครื่อง Centrifuge มีจำนวนมากและหากต้องซื้อเพิ่มเครื่อง Centrifuge ที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดก็มีราคาค่อนข้างสูง
ดังนั้น  ทางคณะผู้จัดทำโครงงานจึงได้คิดวิธีการประดิษฐ์เครื่อง Super Centrifuge ที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้เช่นเดียวกับ เครื่อง Centrifuge ในห้องปฏิบัติการแต่มีต้นทุนที่ถูกกว่า สามารถบรรจุหลอดได้มากกว่า 12 หลอดไม่ต้องใช้เฟืองทดรอบโดยใช้พลังงานไฟฟ้า 100 W วงจรการทำงานของเครื่อง Super Centrifuge ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ซ่อมง่ายเมื่อชิ้นส่วนของเครื่องชำรุด หรือ หมดอายุการใช้งานก็สามารถเปลี่ยนแยกเฉพาะชิ้นส่วนที่ชำรุดได้

1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 
        1. เพื่อศึกษาหลักการทำงานของเครื่อง Centrifuge
        2. เพื่อประดิษฐ์เครื่อง Super Centrifuge และทดสอบประสิทธิภาพของเครื่อง Super 
            Centrifuge ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองกับเครื่อง Centrifuge รุ่น HETTICH ในห้องปฏิบัติการ

ประเภทการทดลอง

1.โลชั่นกันยุงจากน้ำส้มควันไม้

ผู้จัดทำ

ที่มาความสำคัญของ

อาจารย์ที่ปรึกษา
1. นางสาวศิริรัตน์  รื่นภิรมย์
รหัส 51461004
2. นางสาวรุ้งนภา   ทรัพย์วัฒน์รหัส 51461031

    เนื่องจากในปัจจุบันมีการใช้การจำจัดยุงด้วยสารเคมีเป็นจำนวนมากซึ่งมีทั้งผลิตภัณฑ์ประเภทยาพ่น ยาฉีด รวมไปทั้งการนำมาทำเป็นโลชั่นทาผิว ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะสะสมเข้าไปในร่างกายเราเรื่อยๆและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงมีบุคคลจำนวนมากที่ต้องการลดการใช้สารเคมีโดยหาวัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อทดแทนการใช้สารเคมี
อาจารย์นนทวัน      ยศสมบัติ
2.เรื่อง การศึกษาความสามารถในการดูดซับโลหะหนักด้วยวัสดุธรรมชาติ
ผู้จัดทำ

บทคัดย่อ

อาจารย์ที่ปรึกษา

1.นายภัทรพล  สะอาดรัตน์
รหัส       51461006
2.นายบุส่ง  ศรีโนทัย
รหัส       51461032
 การศึกษาโครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการดูดซับโลหะหนักด้วยวัสดุธรรมชาติ  โดยใช้เทคนิค UV – Vis  Spectrometry  ได้ทำการศึกษาและเปรียบเทียบคุณสมบัติของวัสดุธรรมชาติแต่ละชนิดก่อนทำการวิเคราะห์  ซึ่งได้ศึกษาวัสดุธรรมชาติ 5 ชนิด คือ เปลือกหอย  เปลือกไข่  แกลบ  ถ่านและขี้เลื่อย
อาจารย์รัตนา        ลานทอง

 

 

กตัญญู

กตัญญูกตเวที ธรรมของคนดีจริง

           หลังวันวิวาห์ที่ชื่นสุข บ่าวสาวหลายคู่ล้วนปรารถนาจะมีบุตรธิดา เพื่อเป็นโซ่ทองคล้องใจกันไวสมดังพุทธบรรหารในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาตปฐปัณณาสก์สุมนวรรคที่ ๔ สูตรที่ ๙ ปุตตสูตร ความว่า

"มารดาบิดาผู้ฉลาด เล็งเห็นฐานะ ๕ ประการ จึงปรารถนาบุตร ด้วยหวังว่า บุตรที่เราเลี้ยงมาแล้ว จักเลี้ยง ตอบเรา จักทำกิจแทนเรา วงศ์สกุลจักดำรงอยู่ได้นาน บุตรจักปกครองทรัพย์มรดก และเมื่อเราตายไปแล้วบุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้ ฉะนั้น บุตรผู้เป็นสัปบุรุษ ผู้สงบมีกตัญญูกตเวที เมื่อระลึกถึงบุรพคุณของท่าน จึงเลี้ยงมารดาบิดา ทำกิจแทนท่าน เชื่อฟังโอวาทดำรงวงศ์สกุล บุตรผู้มีศรัทธาสมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมเป็นที่สรรเสริญทั่วไป"

ตามนัยแห่งพระสูตรนี้ บุตรผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมเป็นที่สรรเสริญทั่วไป ควรเป็นตัวอย่างแก่บุตรทั้งหลายในประเทศไทย คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชจริยาวัตรที่ทรงปฏิบัติต่อสมเด็จพระศรีนครินทราพระบรมราชชนนี และ ม.ล.บัว กิตติยากร เป็นที่ปรากฏแก่คนไทยทั้งแผ่นดิน ควรที่บุตรธิดาทั้งหลายจักได้ปฏิบัติตนตามรอยพระยุคลบาท สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในครอบครัวของตน แลสุขนั้นจักขยายผลไปสู่สังคมที่ตนอาศัยในที่สุด

กตัญญูกตเวทิตาธรรม แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ให้ความอุปการะ ที่เรียกว่า"บุพการีชน" กับบุคคลที่รับความอุปการะ ที่เรียกว่า "กตัญญูกตเวทีชน" กตัญญู หมายถึง การรู้จักระลึกถึงบุญคุณที่บุพพการีชนได้กระทำแล้วต่อตน กตเวที หมายถึง การตอบแทนบุญคุณท่านผู้เป็นบุพการีชนของตน

พ่อแม่ เป็นบุพการีชนแรกของคนทั้งหลาย อุปการคุณที่ท่านได้กระทำต่อบุตรธิดาคือ บำรุงเลี้ยงดูบุตรธิดาตั้งแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่ พร่ำสอนอบรมความรู้เบื้องต้นในการดำเนินชีวิต แนะนำสั่งสอนหลักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม คอยปกป้องมิให้ภยันตรายมากล้ำกรายสนับสนุนบุตรธิดาให้ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมตรงตามต้องการ ครั้นเติบใหญ่ควรแก่การมีครอบครัวก็จัดหาภรรยา-สามีที่สมควรถูกใจบุตรธิดาให้ตามฐานะ พร้อมมอบทรัพย์สินให้ในโอกาสที่เหมาะสม

บุตรธิดา ผู้เป็นกตัญญูชน ย่อมรู้จักและระลึกถึงอุปการคุณของพ่อแม่ได้อยู่เสมอ คราถึงวัยที่สามารถแสดงกตเวทีต่อท่าน ก็บำรุงเลี้ยงดูท่านให้ได้รับความสุขอย่างเต็มความสามารถของตน ยามท่านมีกิจธุระจักทำ หากกิจนั้นตนสามารถทำได้ก็รับภาระทำกิจนั้นแทนท่าน รักษาชื่อเสียงอันดีงามของวงศ์สกุลให้ดำรงสืบอยู่ต่อจากท่าน ทำตนให้ท่านได้เกิดความภาคภูมิใจ และยินดีมอบทรัพย์มรดกให้เมื่อยามที่พ่อแม่ถึงแก่กรรมไปแล้ว ก็บำเพ็ญกุศลในศาสนาอุทิศผลให้แก่ท่าน

ครูอาจารย์ เป็นบุพการีชนที่สองของคนทั้งหลาย อุปการคุณที่ท่านทำต่อศิษย์ คือ อบรมสั่งสอนศิลปวิทยาให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถ ไม่ปิดบังอำพรางหรือลำเอียงด้วยความรักความชัง แนะนำให้ศิษย์ได้รู้จักวิถีการดำเนินชีวิตไปสู่ความสำเร็จ คราที่ศิษย์ทำดีมีผลงาน ก็ยกย่องศิษย์ให้มีชื่อเสียงปรากฏในเพื่อนฝูง คราที่ศิษย์ทำไม่ดีก็พร่ำอบรมแก้ไขด้วยใจเมตตากรุณาหวังให้ศิษย์ได้เป็นคนดี ปกป้องศิษย์ให้พ้นจากภยันตรายทั้งหลายที่จักเกิดขึ้นในขณะตนมีหน้าที่รับผิดชอบอยู่

ศิษย์ ผู้เป็นกตัญญูชน ย่อมรู้จักและระลึกถึงอุปการคุณของครูอาจารย์ได้อยู่เสมอ เมื่อถึงกาลที่ตนสามารถแสดงกตเวทีต่อท่านได้ ก็กระทำทันที เช่น ตั้งใจเรียนศิลปะวิทยาที่ครูอาจารย์พร่ำสอน เชื่อฟังคำแนะนำที่เกิดประโยชน์จากใจเมตตากรุณาของท่าน ยามท่านเดินมาก็ลุกขึ้นยืนรับด้วยความอ่อนน้อม ยามท่านประสงค์ความช่วยเหลือใน กิจการใด ก็เข้าไปช่วยเหลือท่านด้วยความเต็มใจ รับใช้ อุปัฏฐากท่านตามกำลังความสามารถของตน

พระสงฆ์หรือนักบวชในศาสนา เป็นบุพการีชนที่สามของคนทั้งหลาย อุปการคุณที่ท่านทำต่อศาสนิกชนคือ สั่งสอนอบรมหลักธรรมที่พระศาสดาได้แสดงไว้ให้ศาสนิกชนได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามหลักธรรมนั้นๆ จนศาสนิกชนสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันให้เกิดผลตามที่แสดงไว้ในหลักธรรมนั้น แจกแจงแสดงถึงความประพฤติที่ชั่วร้ายนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ตนเองและสังคม พร้อมทั้งย้ำให้รู้ว่านี้เป็นข้อห้ามที่พระศาสดาได้บัญญัติไว้ไม่ให้ปฏิบัติ แนะนำพรรณนาถึงความดีที่นำความสุขให้บังเกิดขึ้นแก่ตนเองและสังคม ให้รู้ว่านี้คือข้อปฏิบัติที่พระศาสดาทรงย้ำให้กระทำอยู่เสมอ อนุเคราะห์สงเคราะห์ศาสนิกชนด้วยน้ำใจอันเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา บอกพรรณนาถึงสิ่งที่ศาสนิกชนยังไม่เคยฟังในหลักธรรมของพระศาสดา แจกแจงหลักธรรมที่ศาสนิกชนเคยฟังแล้วให้เข้าใจแจ่มกระจ่างมากขึ้น แนะนำวิถีดำเนินชีวิตไปสู่สวรรค์หรือสุคติในศาสนายามเมื่อต้องตายไปจากโลกนี้

ศาสนิกชน ผู้เป็นกตัญญูชน ย่อมรู้จักและระลึกถึงอุปการคุณของพระสงฆ์หรือนักบวชในศาสนาได้อยู่เสมอเมื่อประสงค์จะแสดงกตเวทีต่อท่าน ด้วยการปฏิบัติศาสนกิจอย่างถูกต้องตามที่ท่านสอน ด้วยความยินดีต้อนรับท่านเสมอ เมื่อท่านมาเยือนบ้านเรือน ช่วยเหลือในกิจการของท่านตามกำลังความสามารถของตน บริจาคทรัพย์สินและแรงกายในการทำนุบำรุงวัดหรือศาสนสถานที่ท่านพำนักอยู่ให้มีควรแก่สมณบริโภค จะทำ จะพูด จะคิดนึกสิ่งใดที่เกี่ยวเนื่องกับท่าน ต้องกระทำด้วยความเคารพและเมตตาต่อท่าน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นบุพการีชนที่สี่ของพสกนิกร พระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรคือพระราชทานโครงการที่อำนวยสุขประโยชน์ให้แก่พสกนิกรอย่าง ทั่วถึง ทั้งยามปกติและประสบภัยพิบัติ พระราชทานพระบรมราโชวาทที่เป็นหลักธรรมกอปรประโยชน์ต่อการดำเนิน ชีวิตที่อำนวยสันติสุขแก่บุคคลและคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าตามโอกาสต่างๆ ยามประเทศชาติเกิดวิกฤตการณ์ ทรงเป็นผู้นำพาพสกนิกรให้พ้นจากภัยแห่งวิกฤตการณ์นั้น ทรงมอบหมายให้พระบรมวงศานุวงศ์ปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์เพื่อความต่อเนื่องของพระราชกิจนั้นๆ ตลอด ๕๙ ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ พระมหากรุณาธิคุณได้ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทยเป็นอเนกประการ

พสกนิกร ผู้เป็นกตัญญูชน ย่อมรู้จักและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณได้อยู่เสมอ เมื่อประสงค์จะแสดงกตเวที แด่พระองค์ ด้วยการถวายความเคารพและจงรักภักดีอย่างบริสุทธิ์ใจ ปกป้องเทิดทูนรักษาพระเกียรติยศให้มั่นคง ดำเนินชีวิตให้อยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมือง น้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็นหลักปฏิบัติตนให้เกิดสันติสุขแก่ตนและสังคมที่ตนอาศัย ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาชุมชนของตนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีมีสันติสุข เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันตามแนวพระราชดำริ การใดที่จะช่วยแบ่งเบาพระราชภาระ ก็ขวนขวายดำเนินการให้สำเร็จทันที ปฏิบัติตนให้แสดงออกถึงความภูมิใจที่ได้เป็นพสกนิกรภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร

<< Start < Previous 1 2 3 4 5 Next > End >>

Results 1 - 10 of 43

Analog Clock

         CHEM-ACE         

right.jpg